1. เครื่องตัดเลเซอร์ (CNC Fiber Laser Cutting) – แม่นยำที่สุด ในปัจจุบัน Fiber Laser คือเทคโนโลยีอันดับ 1 สำหรับงานที่ต้องการความละเอียดสูง (High Precision) ความหนาที่แนะนำ: 0.5 มม. - 25 มม. ข้อดี: รอยตัดคมกริบ ผิวเรียบเนียน (Tolerance +/- 0.1 มม.) แทบไม่ต้องเจียรเก็บงาน งานที่เหมาะสม: ชิ้นส่วนเครื่องจักรกล, เพลทหัวเสาที่มีรูน็อตขนาดเล็ก, งานฉลุลวดลายซับซ้อน 2. เครื่องตัดพลาสม่า (CNC Plasma Cutting) – คุ้มค่าและรวดเร็ว เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับงานอุตสาหกรรมหนักที่ต้องการความเร็วในราคาย่อมเยา ความหนาที่แนะนำ: 6 มม. - 40 มม. ข้อดี: ตัดได้รวดเร็วในเหล็กที่มีความหนาปานกลาง ค่าบริการต่อชิ้นถูกกว่าเลเซอร์ งานที่เหมาะสม: งานโครงสร้างเหล็กทั่วไป, แผ่นพื้นรถบรรทุก, ชิ้นส่วนฐานรากที่ไม่เน้นผิวเรียบมาก 3. เครื่องตัดแก๊ส (CNC Oxygen-Fuel Cutting) – สำหรับเหล็กหนาพิเศษ เครื่องจักรดั้งเดิมที่ยังไม่มีใครแทนที่ได้ในงานตัดเหล็กแผ่นหนา (Heavy Plate) ความหนาที่แนะนำ: 25 มม. ขึ้นไป (ตัดได้หนาถึง 200-300 มม.) ข้อดี: สามารถตัดเหล็กหนามากๆ ได้ดีและมีต้นทุนการดำเนินงานต่ำ งานที่เหมาะสม: ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลหนัก, แม่พิมพ์ขนาดใหญ่, งานวิศวกรรมโยธา 4. เครื่องตัดกรรไกร (Hydraulic Shearing) – สำหรับงานตัดตรง หากงานของคุณเป็นเพียงการตัดแบ่งขนาด (Square/Rectangular Cut) วิธีนี้คือวิธีที่ ประหยัดที่สุด ความหนาที่แนะนำ: 1.2 มม. - 12 มม. ข้อดี: ทำงานได้ไวมาก ราคาค่าบริการถูกที่สุด งานที่เหมาะสม: ตัดแผ่นเหล็กเป็นสี่เหลี่ยมเพื่อนำไปพับขึ้นรูปหรือทำถังเหล็ก
รับตัดเหล็กตามแบบ สามารถตัดด้วยเครื่องอะไรได้บ้าง ?
เวลาอ่าน: 1 นาที

รูปภาพเพิ่มเติม

กำลังโหลด...
