1. อลูมิเนียม 6061 (The All-Rounder) - เกรดสารพัดประโยชน์ เกรด 6061 คือ "พระเอก" ของวงการ เป็นเกรดที่สมดุลที่สุดระหว่างความแข็งแรง การทนทานต่อการกัดกร่อน และราคาที่จับต้องได้ คุณสมบัติเด่น: เชื่อมง่าย (Excellent Weldability), ขึ้นรูปได้ดี, ชุบ Anodize สวย อุตสาหกรรมที่ใช้: โครงสร้างอาคาร: ใช้ทำโครงสร้างที่ต้องการน้ำหนักเบาแต่รับแรงได้ดี ยานยนต์: ชิ้นส่วนช่วงล่าง ล้อแม็ก และโครงรถ อุปกรณ์กีฬา: เฟรมจักรยานระดับ High-end, ไม้พาย, อุปกรณ์ปีนเขา งานวิศวกรรมทั่วไป: จิ๊กฟิกเจอร์ (Jigs & Fixtures) ในโรงงาน 2. อลูมิเนียม 7075 (The Strongest) - แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า หากงานของคุณต้องการความแข็งแรงสูงสุด 7075 คือคำตอบ นี่คืออลูมิเนียมผสมซิงค์ (Zinc) ที่มีความเค้นแรงดึงสูงมาก คุณสมบัติเด่น: ความแข็งแรงต่อน้ำหนัก (Strength-to-weight ratio) สูงมาก แข็งเทียบเท่าเหล็กบางชนิด แต่เบากว่ามาก อุตสาหกรรมที่ใช้: อากาศยานและอวกาศ (Aerospace): ใช้ทำโครงสร้างปีกเครื่องบิน, ลำตัวเครื่องบิน และชิ้นส่วนจรวด อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ: ชิ้นส่วนอาวุธ และอุปกรณ์ทางทหาร แม่พิมพ์ (Mold Making): ใช้ทำแม่พิมพ์ฉีดพลาสติกที่ต้องการความทนทานสูงและระบายความร้อนเร็ว ชิ้นส่วนเครื่องจักรความเร็วสูง: ที่ต้องทนต่อแรงเหวี่ยงและแรงเค้นมหาศาล 3. อลูมิเนียม 5083 (The Marine Grade) - ราชาแห่งท้องทะเล เมื่อต้องเผชิญกับสภาวะกัดกร่อนรุนแรงหรืออุณหภูมิติดลบ เกรด 5083 ที่ผสมแมกนีเซียม (Magnesium) จะทำหน้าที่ได้ดีที่สุด คุณสมบัติเด่น: ทนทานต่อการกัดกร่อนจากน้ำเค็มและสารเคมีได้ดีเยี่ยม (Marine Grade) และคงความแข็งแรงได้ดีในอุณหภูมิต่ำจัด (Cryogenic properties) อุตสาหกรรมที่ใช้: ต่อเรือและงานทางทะเล: โครงสร้างเรือยอทช์, เรือสปีดโบ๊ท, แท่นขุดเจาะน้ำมัน อุตสาหกรรมเคมี: ถังบรรจุสารเคมี และท่อส่งก๊าซ รถขนส่งวัตถุอันตราย: ถังน้ำมัน หรือถังเก็บก๊าซ LNG บนรถบรรทุก งานโครงสร้างเชื่อม: เนื่องจากคงความแข็งแรงหลังการเชื่อมได้ดีกว่าเกรดอื่น

